เชื้อเอชพีวี ต้นเหตุของการเป็นหูด หูดหงอนไก่ และมะเร็งปากทวารหนัก

กลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายมีโอกาสเป็นมะเร็งปากทวารหนักสูงถึง 20 เท่าและในขณะเดียวกันกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับที่ติดเชื้อเอชไอวีมีโอกาสที่จะเป็นมะเร็งปากทวารหนักสูงถึง 40 เท่า

 

ที่ผ่านมาเชื้อเอชพีวีสร้างความกังวลให้ผู้หญิงได้ไม่น้อย คำแนะนำทางการแพทย์จึงชี้ให้ผู้หญิงป้องกันด้วยการฉีดวัคซีน และถ้าผ่านประสบการณ์การมีเพศสัมพันธ์หรือแต่งงานแล้ว ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก หรือแปปสเมียร์ (Pap Smear) เป็นประจำ เพื่อเฝ้าระวังมะเร็งปากมดลูก

 

ปัจจุบันสังคมไทยเราเปิดกว้าง และมีพื้นที่ทางสังคมสำหรับกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย (Men who have Sex with Men) อาจเรียกสั้นๆ ว่า MSM  มากขึ้น  ตลอดจนมีหน่วยงานเยอะแยะมากมายพยายามผลักดัน และสร้างบริการที่เป็นมิตรสำหรับกลุ่มเอ็มเอสเอ็ม เพื่อตอบสนองความต้องการ และเพื่อรณรงค์ส่งเสริมการเข้าถึงบริการ และการป้องกันตนเองและชุมชนเอ็มเอสเอ็มจากเชื้อเอชไอวี และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ พัลซ์คลินิก สาขาสีลม เป็นคลินิกที่ขึ้นชื่อในเรื่องของการให้บริการแก่กลุ่ม MSM ในเมืองไทย 

 

          ทางการแพทย์ในประเทศไทย หลากหลายหน่วยงานที่ทำงานเชิงรุกเกี่ยวกับกลุ่มเป้าหมาย พบว่า “ชายกลุ่มนี้มีแนวโน้มเป็นโรคมะเร็งปากทวารหนักเยอะขึ้น”  ซึ่งจากข้อมูลดังกล่าวได้มีการศึกษาลึกลงไป และพบกว่า กลุ่มชายที่มีแนวโน้มเป็นมะเร็งปากทวารหนักเยอะขึ้น คือ กลุ่มเอ็มเอสเอ็มมีประวัติการมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักมีโอกาสที่จะรับเชื้อเอชไอวีสูงกว่าคนปรกติถึง 20 เท่า และในขณะเดียวกันกลุ่มเอ็มเอสเอ็มที่เป็นผู้ติดเชื้อเอชไอวี

 

          ชายมีเพศสัมพันธ์กับชายเสี่ยงเป็นมะเร็งปากทวารหนัก ต้นตอของมะเร็งปากทวารหนักนั้น ก็มาจากเชื้อไวรัสเอชพีวีเหมือนกับที่ผู้หญิงต้องเผชิญ โดยเชื้อนี้มีมากกว่าร้อยสายพันธุ์ เป็นต้นเหตุทำให้เกิดหูดขึ้นตามอวัยวะที่ติดเชื้อ ในจำนวนนี้มี 13-14 สายพันธุ์เป็นชนิดความเสี่ยงสูง ถ้าติดเชื้อเรื้อรัง จะทำให้เนื้อบริเวณนั้นเพี้ยนและกลายเป็นมะเร็งได้ ทั้งนี้ยังจะมีอยู่ 4 สายพันธุ์ที่ก่อโรคเกี่ยวกับอวัยวะเพศและทวารหนัก

 

          เชื้อเอพีวี (HPV) หรือ Human Papilloma Virus คือไวรัสที่ทำให้เกิดโรคดดังกล่าว เชื้อเอชพีวีมักอยู่ที่องคชาติและถุงอัณฑะของผู้ชาย เมื่อมีการสอดใส่ เชื้อเอชพีวีก็จะเข้าไปเกาะอยู่ภายใน โดยเฉพาะบริเวณที่เข้าง่ายและบาง อาจเรียกง่ายๆ ว่า “โซนเปลี่ยนผ่าน”  หากเป็นกรณีการสอดใส่ผู้หญิง โซนเปลี่ยนผ่านก็คือ เยื่อบุผิวมดลูก และช่องคลอด ส่วนกรณีสอดใส่ระหว่างชายกับชาย คือ ด้านในของปากทวารหนัก บริเวณรอยต่อระหว่างเนื้อเยื่อใกล้ปากทวารหนักกับส่วนปลายของลำไส้ใหญ่ 

          สำหรับอาการของเชื้อเอชพีวี ไม่ค่อยแสดงอาการให้เห็นมากนัก แต่อย่างก็ตาม เชื้อเอชพีวีบางชนิดก็ยังทำให้เกิดหูดหงอนไก่ ซึ่งหูดหงอนไก่เกิดขึ้นได้ตั้งแต่ตำแหน่งเดียว จนถึงหลายตำแหน่ง พบได้บริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ และลักษณะของหูดอาจเป็นทั้งแบบแบนเราบ จนถึงลักษณะคล้ายดอกกะหล่ำปลี และพบว่าในเพศชาย และกลุ่มเอ็มเอสเอ็ม หูดนั้นอาจเกิดขึ้นได้บริเวณรอบ ๆ ทวารหนัก องคชาติ อัณฑะ ขาหนีบ และบริเวณต้นขา และในบางรายอาจพบมีการเกิดการติดเชื้อรอบๆ บริเวรณทวารหนัก ถึงแม้ว่าไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ทางทรวารหนักเลยก็ตาม (สาเหตุเนื่องจากโรคดังกล่าวติดต่อกันได้จากการสัมผัส) หูดจะเกิดขึ้นได้หลังจากมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่เชื้อเอชไอวี ใช้เวลาเป็นสัปดาห์ หรืออาจเป็นเดือน ในบางรายที่ติดเชื้อเอชพีวี แล้วแต่ก็ไม่มีหูดให้เห็นก็มีได้เช่นกัน

          อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกครั้งที่เชื้อเอชพีวีจะเข้าไปก่อโรคได้ เนื่องจากร่างกายของคนเรามีระบบต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอม ถ้าสู้ชนะ เชื้อพวกนั้นก็จะถูกทำลายและหายไป หากแต่บางรายที่ติดเชื้อเอชพีวีเข้าไปแล้ว  ร่างกายไม่สามารถกำจัดเชื้อเอชพีวีได้ตามธรรมชาติ  คุณก็มีความเสี่ยงกลายเป็นมะเร็งปากทวารหนักนั้นเอง     

    

          ในปัจจุบันยังไม่ยังไม่มีวิธีการกำจัดเชื้อเอชพีวี สาเหตุของโรคมะเร็งปากทวารหนัก หูดหงอนไก่ และหูด  แต่ทั้งนี้หูดหงอนไก่ และหูดสามารถมองด้วยตาเปล่าได้เห็น และสามารถรักษาได้โดยใช้ยา หรือวิธีการทางศัลยกรรม แต่ทั้งนี้ต้งอยู่ในความดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หูด สามารถกลับมาเป็นใหม่ได้อีก โดยเฉพาะภายใน 3 เดือนหลังจากการรักษา

         

          หลายๆ คนมักเกิดความกังวลใจว่าในเมื่อโรคดังกล่าวไม่มีแนวทางรักษาให้หายขาดจะทำอย่างไรดี  ในเมื่อร่างกายของตนเองก็สามารถจะกำจัดเชื้อดังกล่าวออกไปได้ตามธรรมชาติ  ซึ่งผู้เขียนบอกเลยว่า ก็ไม่ต้องกังวลใจอะไร เนื่องจากเชื้อเอชพีวี ไม่เหมือนกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ  ที่จะต้องรีบให้มีการตรวจให้พบ และรีบทำการักษาเชื้อเอชพีวี  เพียงแต่ให้เรารู้ว่าเรามีความเสี่ยงที่จะเกิดโรค และจะได้หมั่นไปตรวจสุขภาพ หากตนเองมีอาการของโรคจะได้ทำการรักษานั้นเอง


          เนื่องจากเชื้อเอชพีวี เป็นไวรัสที่เกิดขึ้นบริเวณผิวหนัง โดยไม่ได้เกิดโรคภายในร่างกาย ปัจจุบันเชื้อเอชไอวีไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าทางเดียวที่จะสามารถป้องกันการเกิดโรคได้ 100 % ตามแนวทางการแพทย์ และทางระบาดวิทยา ได้แนะนำไว้ว่า “การงดการมีเพศสัมพันธ์ สามารถป้องกันการเกิดโรคได้ 100  % หรือคุณก็ต้องมีคู่นอนเพียงคนเดียวทั้งชีวิต ซึ่งคู่นอนของคุณจะต้องเป็นผู้ที่ไม่เชื้อเอชไอวีด้วยเช่นกัน  ซึ่งผู้อ่านอาจรู้สึกว่าเป็นการพูดแบบไร้สาระมาก เพราะเรื่องของเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องธรรมชาติ ซึ่งนั้นก็หมายความว่า “ใครก็ตามที่ยังมีเพศสัมพันธ์ คุณและผมก็ยังมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อเอชพีวีอยู่”  

         

          ถุงอยางอนามัยมันไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีต้นเหตุของโรคมะเร็งปากทวารหนักได้หรืออย่างไร !!!!!!  คำตอบคือ การใช้ถุงยางอนามัยเป็นอีกวิธีที่สามารถลดอัตราการเกิดโรคดังกล่าวได้ แต่ก็ไม่สามารถป้องกันได้ 100 % แม้ว่าคุณจะสวมถุงยางอนามัย แต่ในระหว่างมีเพศสัมพันธ์ คุณเองก็ยังคงมีโอกาสที่จะไปสัมผัสบริเวณผิวหนังบริเวณอื่น ๆที่ถุงยางอนามัยครอบคลุมไม่ถึง และนำไปสู่การติดเชื้อเอชพีวีดังกล่าวได้เช่นกัน แต่ทั้งนี้ในปัจจุบันพบว่า การใช้ถุงยางอนามัยเป็นวิธีดีที่ดีในการป้องกันการเกิดโรคมะเร็งปากทวารหนัก โรคมะเร็งปากมดลูก และหูดตลอดจนป้องกันการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ ได้หากคุณใช้อย่างถูกต้อง ถูกวิธี และถูกเวลา

            การได้รับวัคซีนป้องกันไวรัสเอชพีวี ก็ยังเป็นอีกหนทางหนึ่งที่จะช่วยลดการติดการติดเชื้อเอชพีวีในกลุ่มเอ็มเอสเอ็ม ในงานวิจัยในประเทศออสเตรียซึ่งมีกลุ่มตัวอย่างเป็นเด็กชายกว่า 2.8 แสนคน กำลังจะได้รับการฉีดวัคซีนนี้ ซึ่งคาดว่าจะช่วยป้องกันผู้ติดเชื้อรายใหม่ได้สูงถึง 1 ใน 4 การรับวัคซีนดังกล่าวจะมีทั้งหมด 3 เข็ม ซึ่งจะมีการฉีดวัคซีนดังกล่าวในผู้ชาย ลดอัตราการติดเชื้อเอชพีวีได้ เนื่องจากผู้ชายเป็นพาหะของเชื้อ อีกทั้งการศึกษาในชายวัยหนุ่มชี้ให้เห็นว่า วัคซีนมีประสิทธิภาพในการป้องกันมะเร็งทวารปากหนักสูงถึงร้อยละ 78 การฉีดวัคซีนเอชพีวีมีความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงถึงร้อยละ 91 ซึ่งองค์การอาหารและยาของไทยรับรองให้ใช้ในผู้ชายได้

          ฉะนั้นเพื่อเป็นการป้องกันดีกว่าวัวหายแล้ว ค่อยมาล้อมคอก ไม่ต้องเสียเวลาทายา หรือจี้หูด ผู้เขียนขอแนะนำให้ผู้อ่านที่ปัจจุบันคุณยังคงมีเพศสัมพันธ์อยู่ ควรที่จะไปตรวจคัดกรองมะเร็งปากทวารหนัก และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อยู่เป็นประจำ สำหรับกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย หรือเอ็มเอสเอ็ม ก็อย่างน้อยๆตรวจทุกๆ 3 เดือน เพื่อที่จะได้ทำการตรวจแปปสเมียร์ (anal pap smear) ทางก้นในผู้ชาย  โดยผู้เชี่ยวชาญจะสอดไม้พันสำลีเข้าไปภายในลึก 2-3 นิ้ว เพื่อเก็บตัวอย่างเซลล์ส่งตรวจห้องแล็ป รู้ผลภายใน 3 วัน กรณีผลตรวจชี้ว่ามีความผิดปกติ แพทย์จะส่งตรวจด้วยกล้องส่องทางทวารหนัก เพื่อตรวจให้ละเอียดขึ้น ถ้าพบบริเวณเนื้อเยื่อเป็นสีขาวขุ่น แสดงว่ามีความผิดปติ ต้องใช้สีในการตรวจย้อมลงไปที่เนื้อเยื่อ ถ้าเนื้อเยื่อจุดที่ต้องสงสัยไม่ติดสี ยิ่งมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งสูง

          นอกจากจะทำการตรวจคัดกรองแล้ว ชายรักชายทุกคนควรพิจารณารับวัคซีนป้องกันมะเร็งที่เกิดจาก HPV หรือ HPV Vaccine 
สามารถขอรับวัคซีนได้ที่

พัลซ์ คลินิก สาขาใหญ่ สีลม - ตั้งอยู่ติดบีทีเอส ศาลาแดง ทางออก3  เปิดให้บริการ 11:00น - 19:30น ทุกวัน โทร 0959156385

พัลซ์ คลินิก สาขาป่าตอง ภูเก็ต - ตั้งอยู่ในซอยพาราไดซ์ ใกล้ Aquarius Sauna เปิดให้บริการ 11:00น - 19:30น ทุกวัน โทร 076633368, 0952615282, 0652371936

พัลซ์ คลินิก สาขาสุขุมวิท 13 - ตั้งอยู่ในอาคารเทรนดี้ ชั้น1 บีทีเอส นานา สุขุมวิทซอย 13  เปิดให้บริการเดือนกรกฎาคมนี้ 

PULSE CLINIC Silom HQ Bangkok: 60/4 Silom Road, Suriyawong, Bangkok, Thailand  Tel: (+66) 95 915 6385  Email : info@silompulse.com 

 OPEN DAILY  ·  11.00 AM - 07.30 PM   ·   Last patient at 7.00 PM   ·   APPOINTMENT PREFERRED  ·   
TEXT & Like us anytime : https://www.facebook.com/PulseClinicBKK/

Clients are strictly not allowed to use our address for mailing/shipping purpose.