รู้จักซิฟิลิส

พัลซ์ คลินิก มีบริการการตรวจสุขภาพทางเพศที่ครบถ้วนหลากหลาย โดยเราสามารถเลือกตรวจกันตามความต้องการและความเหมาะสม
โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มีหลายโรค โรคหนึ่งที่กำลังแพร่ระบาดอย่างมากทั้งในประชากรทั่วไปและกลุ่มชายรักชาย รวมทั้งกลุ่มเยาวชนคือ ซิฟิลิส

ซิฟิลิสคืออะไร

ซิฟิลิส (Syphilis) คือ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์โรคหนึ่งเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ที่พบได้บ่อย ที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยการฉีดยาปฏิชีวนะ แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้ไม่รักษาในระยะยาวอาจแสดงอาการในหลายระบบของร่างกายซึ่งร้ายแรงได้มากกว่าโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ โรคนี้มีระยะแฝงตัวของโรคที่ค่อนข้างยาวนาน และสามารถแพร่ไปให้คู่ โรคซิฟิลิสเป็นโรคที่พบได้บ่อยรองจากหนองในแท้ (Gonorrhea) และหนองในเทียม (Non-gonococcal urethritis) และสามารถพบเกิดได้ทั้งกับผู้หญิงและผู้ชาย


ติดต่อได้ยังไง

เชื้อจะเข้าสู่ร่างกายผ่านทางการสัมผัสโดยตรงกับผู้ที่มีแผลหรือเชื้อ เช่นการ จับ จูบ อม เลีย หรือสัมผัสโดนบริเวณที่มีแผลในตำแหน่งเช่น ช่องคลอด ท่อปัสสาวะ ทวารหนัก ช่องปาก เยื่อบุตา หรือเข้าผ่านทางรอยถลอกหรือบาดแผลเล็กน้อยที่ผิวหนัง เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายเชื้อจะเข้าสู่กระแสเลือดและไปจับตามอวัยวะต่าง ๆ ทำให้เกิดโรคตามอวัยวะและทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนในระยะยาว



อาการของซิฟิลิส

ระยะที่ 1 หรือ ระยะเป็นแผล (Primary syphilis) หลังจากติดเชื้อได้ประมาณ 10-90 วัน จะมีตุ่มเล็กๆ ขนาดประมาณ 2-4 มม ตรงบริเวณที่เชื้อเข้า (อาจเกิดขึ้นที่อวัยวะเพศชาย อัณฑะ ช่องคลอด หัวหน่าว ทวารหนัก ริมฝีปาก ลิ้น ต่อมทอนซิล หัวนม หรือขาหนีบ ก็ได้ แล้วแต่ว่าเชื้อเข้ามาตรงไหน) จากนั้นจะเริ่มขยายออกมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เป็นแผลกว้างขึ้น มีลักษณะเป็นรูปกลมหรือรูปไข่ ขอบแผลเรียบยกนูนและแข็ง ที่สำคัญคือแผลนี้จะไม่เจ็บไม่คัน เรียกว่า “แผลริมแข็ง”

 

ระยะที่ 2 หรือ ระยะเข้าข้อออกดอก (Secondary syphilis) หลังจากที่แผลริมแข็งหายไปไม่นาน ผู้ป่วยซิฟิลิสอาจมีผื่นขึ้นได้ ผื่นนี้มักจะขึ้นบริเวณลำตัว แต่ก็สามารถกระจายไปทั่วร่างกาย รวมถึงมีผื่นขึ้นที่มือและเท้าได้เช่นเดียวกัน หรือบางครั้งอาจมีแผลคล้ายหูด (Wart-like sores) ขึ้นภายในปาก หรือบริเวณอวัยวะเพศร่วมด้วย โดยปกติผื่นจากซิฟิลิสจะไม่มีอาการคัน แต่อาจมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วยดังต่อไปนี้ อาการปวดกล้ามเนื้อ ไข้ เจ็บคอ ต่อมน้ำเหลืองโต 

จะพบหลังจากระยะแรกประมาณ 4-8 สัปดาห์ (อาจเกิดหลังจากมีแผลเพียง 2-3 วัน หรือนานหลายเดือนก็ได้) เชื้อจะเข้าไปอยู่ตามต่อมน้ำเหลืองทั่วร่างกาย (เช่น บริเวณหลังหู หลังขาหนีบ และขาพับ) และเข้าไปสู่กระแสเลือด รวมทั้งกระจายไปตามอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยมีผื่นขึ้นทั้งตัวและที่ฝ่ามือฝ่าเท้าด้วย โดยผื่นจะมีลักษณะเป็นตุ่มนูนสีแดงหรือจุดน้ำตาลแดง อาจพบเนื้อตายจากผื่นเป็นหย่อม ๆ และพบเนื้อเน่าหลุดออกมา มีน้ำเหลือง และในน้ำเหลืองจะมีเชื้อซิฟิลิส แต่ผื่นเหล่านี้จะไม่คัน ซึ่งเรียกกันว่า “ระยะออกดอก” (ผื่นที่พบจะมีความแตกต่างจากผื่นของโรคอื่น ๆ ที่มักมีอาการคันและไม่มีผื่นขึ้นที่ฝ่ามือฝ่าเท้า แต่บางครั้งผื่นอาจมีลักษณะคล้ายโรคอื่น หรือมีลักษณะเป็นผื่นจาง ๆ ทำให้ไม่ทันได้สังเกต) นอกจากนี้ยังอาจพบอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น รู้สึกไม่สบาย มีไข้ต่ำ ๆ เป็นครั้งคราว ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ไม่มีแรง เบื่ออาหาร น้ำหนักตัวลดลง เจ็บคอ เสียงแหบ ปวดหลัง ปวดตามกระดูก ปวดตามข้อเนื่องจากข้ออักเสบ ผมร่วงทั่วศีรษะหรือร่วงเป็นหย่อม ๆ ต่อมน้ำเหลืองโต เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ม่านตาอักเสบ ตับอักเสบ หน่วยไตอักเสบ โรคไตเนโฟรติก (Nephrotic syndrome) แผลที่เยื่อบุในช่องปากหรือที่บริเวณอวัยวะเพศมีลักษณะเป็นแผลตื้น ๆ มีเยื่อสีขาวปนเทาคลุม หูด (ที่เรียกว่า “Condyloma lata”) ขึ้นบริเวณที่อับชื้น (เช่น รอบ ๆ อวัยวะเพศ ทวารหนัก รักแร้ หรือขาหนีบ) เป็นต้น ผู้ป่วยบางรายอาจไม่มีผื่นขึ้นเลยก็ได้ แต่อาจมีอาการดังกล่าวเกิดขึ้น เช่น มีไข้ เจ็บคอ ปวดเมื่อยตามข้อ ผมร่วงทั่วศีรษะหรือร่วงเป็นหย่อม ๆ ฯลฯ ในระยะนี้ถ้าตรวจเลือดหาวีดีอาร์แอล (VDRL) จะพบเลือดบวก อาการต่างๆ เหล่านี้สามารถหายไปเองได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ แต่ก็สามารถกลับมาเป็นใหม่ได้เช่นเดียวกัน

 

ระยะที่ 3 หรือ ระยะทำลาย (Tertiary syphilis) เป็นระยะสุดท้ายของโรค เกิดจากการที่ผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษาหรือรักษาไม่ถูกต้อง เช่น ซื้อยามากินเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร จึงทำให้เข้าสู่ระยะร้ายแรง ซึ่งเชื้อจะเข้าสู่สมองและไขสันหลัง ทำให้เป็นอัมพาต บ้านหมุน เดินเซ ชัก ความจำเสื่อม ตามัว ตาบอด หูตึง หูหนวก บุคลิกภาพเปลี่ยนไป อาจเสียสติ และอาจรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ ถ้าเชื้อเข้าสู่หัวใจก็จะทำให้หัวใจมีความผิดปกติ ทำให้เป็นโรคลิ้นหัวใจเอออร์ติกรั่ว (Aortic insufficiency) หลอดเลือดแดงใหญ่อักเสบ (Aortitis) หรือหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง (Aortic aneurysm) ผู้ที่เป็นโรคซิฟิลิสอาจไม่มีแผลให้เห็นในระยะที่ 1 หรือมีอาการเข้าข้อออกดอกในระยะที่ 2 แต่เชื้อจะเข้าไปแฝงตัวอยู่ในร่างกายและรอเข้าสู่ระยะที่ 3 เลยก็ได้



การตรวจหาซิฟิลิส

หากเราไม่เคยตรวจมาก่อน หรือไม่เคยติดเชื้อ ซิฟิลิส การตรวจคัดกรองที่ได้มาตรฐานสากลคือ การเจาะเลือดเพื่อหาภูมิคุ้มกันแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดซิฟิลิส ถ้าชอบเที่ยวซาวน่าหรือว่ามีคู่นอนหลายคน หรือ one night stand หรือ ยสตน ซึ่งนับว่าเป็นความเสี่ยงสูง เราจะแนะนำตรวจหาซิฟิลิสทุกๆ 3 เดือน คู่กันไปกับเอชไอวี


การตรวจหาซิฟิลิสที่พัลซ์ คลินิก

สำหรับผู้ที่ไม่เคึยเป็นหรือไม่เคยตรวจมาก่อน ที่พัลซ์ คลินิก มีการตรวจตัดกรองหาซิฟิลิสแบบรู้ผลเร็วใน 15 นาที

การตรวจเลือดความแม่นยำสูงแบบรู้ผลเร็ว ราคา 500 บาท รอผล 15 นาที

สำหรับผู้ที่ตรวจคัดกรองแล้วพบว่าเป็นซิฟิลิส แพทย์จะสั่งตรวจเลือดเพิ่มเพื่อดูปริมาณซิฟิลิสในเลือด เรียกว่า VDRL ซึ่งการตรวจนี้จะใช้ในการติดตามการหลังรักษา การตรวจ VDRL มีราคา 500 บาท รู้ผลใน 1 วัน 
แพทย์จะต้องใช้ผล VDRL ในการติดตามหลังรักษาทุกๆ 3 เดือน เพื่อดูว่าคุณหายจากซิฟิลิสแล้วหรือยัง และมีการติดเชื้อรอบใหม่หรือไม่

 

การตรวจโดยวิธีอื่นๆเพื่อยืนยันหาการติดเชื้อซิฟิลิส ได้แก่

FTA-ABS IgG เพื่อตรวจหาปฏิกิริยาการติดเชื้อซิฟิลิส มีราคา 600 บาท รอผล 3 วัน

FTA-ABS IgM เพื่อตรวจหาปฏิกิริยาการติดเชื้อซิฟิลิส มีราคา 600 บาท รอผล 3 วัน

 

นอกจากนี้ยังมีการตรวจพบซิฟิลิสบ่อยครั้งจากการ

- ตรวจทางช่องคอ THROAT SWAB DNA TEST FOR 12 INFECTIONS 

- ตรวจทางช่องคลอด VAGINAL SWAB DNA TEST FOR 12 INFECTIONS 

- ตรวจทางปัสสาวะ URINE PCR DNA TEST FOR 12 INFECTIONS 

- ตรวจทางทวารหนัก ANAL SWAB DNA TEST FOR 12 INFECTIONS 

ซึ่งการตรวจหา DNA ของการติดเชื้อนี้ สามารถตรวจหาเชื้อโรคได้ 12 ชนิด 

โปรโมชั่นการตรวจหาเชื้อโรค 3 ช่องทางมีราคา 10,000 บาท

มีความแม่นยำสูงสุด และทราบผลใน 7 วันทำการ


ฉันควรไปตรวจหรือไม่

โดยทั่วไป คนที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ควรได้รับการตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ทุกสามเดือน คุณสามารถสอบถามแพทย์ได้ว่าคุณควรจะต้องตรวจหาเชื้อซิฟิลิสหรือไม่ สิ่งที่ดีที่สุดภายหลังการตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ก็คือ เมื่อผ่านการตรวจไปแล้วและไม่พบเชื้อใดๆ คุณก็จะสบายใจ ไม่ต้องวิตกกังวลว่าจะเป็นโรคต่างๆ หรือไม่ และยิ่งถ้าตรวจแล้วพบว่าคุณมีเชื้อซิฟิลิสอยู่จริงๆ คุณยิ่งควรทราบผลนั้นทันที เพื่อที่จะได้รับยาและกำจัดเชื้อออกจากร่างกายให้เร็วที่สุด

 

คุณควรได้รับการตรวจหากคุณหรือคู่ของคุณแสดงอาการของโรคซิฟิลิส หรือถ้าคุณมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกัน คุณไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่าไม่มีซิฟิลิสเพียงเพราะคุณรู้สึกแข็งแรงดีเท่านั้น เช่นเดียวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ วิธีเดียวที่จะรู้แน่ชัดคือการเข้ารับการตรวจ

 

หากคุณสังเกตเห็นอาการเจ็บบริเวณอวัยวะเพศหรือพบว่ามีอาการอื่นๆ ของซิฟิลิส คุณควรเข้ารับการตรวจโดยแพทย์ การเข้ารับการตรวจนั้นถือเป็นความคิดที่ดี หากคุณเคยมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกันหรือถ้ามีคนที่คุณเคยมีเพศสัมพันธ์ด้วยนั้นเป็นโรคซิฟิลิส (แม้ว่าคุณจะไม่สังเกตเห็นอาการใดๆ ก็ตาม) และยิ่งถ้าหากคุณกำลังตั้งครรภ์ แพทย์ของคุณอาจแนะนำให้คุณรับการทดสอบซิฟิลิสอีกด้วย 


ฉันจะไปตรวจซิฟิลิสได้ที่ไหน?

คุณสามารถเข้ารับการทดสอบซิฟิลิสและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ ได้ที่พัลซ์ คลินิก ทุกสาขา ได้แก่ พัลซ์ คลินิก สาขาสีลม สาขานานา และสาขาภูเก็ต หรือตามโรงพยาบาล คลินิกชุมชนที่รับตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การเข้าตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ไม่ถือเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจร่างกายประจำปี

ทำใจให้สบาย เปิดกว้าง และให้ข้อมูลที่ตรงไปตรงมากับพยาบาลหรือแพทย์ของคุณเพื่อให้พวกเขาสามารถช่วยคุณคิดได้ว่าการตรวจแบบใดจะดีที่สุดสำหรับคุณ อย่าอาย ! ขอให้ทราบว่าสิ่งที่แพทย์กำลังทำนั้นเพื่อช่วยรักษาคุณ ไม่ได้ต้องการตัดสิน วิพากษ์วิจารณ์หรือเล่าลับหลังใดๆ



รักษายังไง

เมื่อเกิดแผลบริเวณอวัยวะเพศโดยเฉพาะหลังการมีเพศสัมพันธ์ควรไปพบแพทย์ทันที (อย่าพยายามรักษาโรคนี้ด้วยตัวเองไม่ว่าจะเป็นวิธีใด ๆ) เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุของแผลที่เกิดขึ้นและรับยารักษาชนิดและขนาดที่ตรงกับโรค และเมื่อตรวจพบว่าเป็นโรคซิฟิลิส แพทย์จะให้การรักษาโรคซิฟิลิสด้วยยาปฏิชีวนะกลุ่มเพนิซิลลินในขนาดสูง ทั้งนี้ระยะเวลาการรักษาจะขึ้นอยู่กับระยะของโรคที่เป็นด้วยและผู้ป่วยจะต้องไปฉีดยาตามที่แพทย์นัดทุกครั้ง เพราะการขาดยาจะเป็นสาเหตุสำคัญทำให้โรคไม่หายขาดและเกิดโรคในระยะที่ 3 ได้


ปฏิกิริยา Jarisch-Herxheimer Reaction

ในวันแรกของการรักษาผู้ป่วยซิฟิลิสอาจพบเจออาการที่เรียกว่า ปฏิกิริยาจาริช-เฮิร์กไซเมอร์

อาการและอาการแสดงอันเป็นผลจากปฏิกิริยาดังกล่าว มีดังนี้
มีไข้และหนาวสั่น
คลื่นไส้
ปวดเมื่อยบริเวณกล้ามเนื้อและข้อกระดูก
ปวดศีรษะ
ซึ่งสามารถป้องกันอาการเหล่านี้โดยการใช้ยา Prednisolone โดยแพทย์ประจำคลินิกจะทำการสั่งการรักษาให้ท่าน หลังจากนั้นอาการจะหายไปภายใน 1-2 วันหลัง



การป้องกันการติดเชื้อซิฟิลิส

แม้ว่าการรักษาโรคซิฟิลิสจะสามารถป้องกันการเกิดผลกระทบที่ตามมาภายหลังได้ แต่อาการหรือความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้วนั้น ไม่สามารถย้อนกลับได้ ดังนั้น แพทย์จึงแนะนำให้ป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อตั้งแต่แรก โดยมีวิธีต่าง ๆ ดังนี้

งดเว้นการมีเพศสัมพันธ์

มีเพศสัมพันธ์เฉพาะสามี-ภรรยา / คู่นอนของตนเองคนเดียวเท่านั้น

ใช้ถุงยางอนามัยระหว่างการมีเพศสัมพันธ์

(การใช้ถุงยางอนามัยสามารถลดการติดเชื้อซิฟิลิสได้ แต่ตัวถุงยางอนามัยต้องครอบคลุมบริเวณแผลด้วย)

หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มมึนเมา หรือยาเสพติดประเภทต่างๆ (การดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มมึนเมา หรือการใช้ยาเสพติดต่างๆ มีผลทำให้ขาดสติ ขาดความยับยั้งชั่งใจ และอาจนำไปสู่การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกันได้)

สำหรับสตรีมีครรภ์ทุกราย แพทย์แนะนำว่าควรได้รับการตรวจคัดกรองซิฟิลิสระหว่างการตั้งครรภ์



Book an appointment with PULSE CLINIC using SetMore

PULSE CLINIC Silom HQ Bangkok: 60/4 Silom Road, Suriyawong, Bangkok, Thailand  Tel: (+66) 95 915 6385  Email : info@silompulse.com 

 OPEN DAILY  ·  11.00 AM - 07.30 PM   ·   Last patient at 7.00 PM   ·   APPOINTMENT PREFERRED  ·   
TEXT & Like us anytime : https://www.facebook.com/PulseClinicBKK/

Clients are strictly not allowed to use our address for mailing/shipping purpose.