ยาเป๊ป ยาต้านฉุกเฉิน (PEP) กรณีถุงแตก

10684

เพ็พ ยาต้านฉุกเฉินป้องกัน HIV ถุงแตก ถุงยางแตก มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน อย่ามัวนั่งกังวลใจ มาปรึกษาที่ Pulse Clinic ทันที

ยาเป๊ป ยาต้านฉุกเฉิน (PEP) กรณีถุงแตก

เขียนเป็นภาษาอังกฤษโดย น.พ.ณัฐเขต แย้มอิ่ม ผู้ก่อตั้ง พัลซ์ คลินิก
แปลและเรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดย พ.ญ.บุณยวีร์ อนุเชษฐรักษ์ และ น.พ.วงศกร สุวรรณกิจ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญประจำพัลซ์ คลินิก


 

มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน ถุงหลุด ถุงยางแตก เมาไม่ได้สติ อย่ามัวนั่งกังวลใจ มาปรึกษาที่ พัลซ์คลินิกได้ทุกวัน ไม่มีวันหยุด

หลังจากเกิดการเสี่ยงแล้ว เรามักจะมีความกลัว ความกังวล ความละอาย ให้เอาชนะความคิดเหล่านั้น แล้วรีบโทรปรึกษาพัลซ์คลินิกทันที

ความเสี่ยงไม่ใช่ความผิด!!! และสามารถจัดการได้แม้ว่าจะเกิดขึ้นโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ให้รวบรวมสติแล้วนึกถึงยาต้านฉุกเฉิน หรือ ยาเพ็พ (PEP) ยาต้านฉุกเฉินป้องกัน HIV

 

เป๊ป PEP ย่อมาจากอะไร


PEP ย่อมาจาก Post -Exposure Prophylaxis คือ ยาต้านไวรัสที่จ่ายให้สำหรับผู้ไม่ติดเชื้อ HIV ที่เพิ่งมีการเสี่ยง/สัมผัสเชื้อ HIV มาไม่เกิน 72 ชั่วโมง

 

ยาต้านฉุกเฉิน หรือ PEP คืออะไร?


PEP นั้น ใช้สำหรับผู้ที่ยังไม่ติดเชื้อ HIV ในการป้องกันการติดเชื้อหลังมีการเสี่ยงเท่านั้น ก่อนเริ่มกินยานี้จึงต้องตรวจเลือดหา HIV ทุกคน การทานยาเป๊บก็คือการรับยาต้านไวรัส ซึ่งป้องกันไม่ให้เชื้อที่อาจจะเข้าร่างกายมาแล้วหลังเสี่ยงไปลงหลักปักฐานสร้างความเสียหายแก่ร่างกายเราได้ไงหล่ะ

 

เป๊ป PEP ต้องทานเมื่อไหร่


PEP (Post -Exposure Prophylaxis) คือ ยาต้านไวรัส ที่จ่ายให้ทันทีที่คนไข้เพิ่งไปสัมผัสเชื้อเอชไอวีมา เหตุผลที่ต้องทานยานี้ให้เร็วที่สุดก็เพื่อให้ยาเข้าไปต่อสู้กับเชื้อไวรัส ก่อนที่เชื้อจะแพร่ในคนนั้นๆ ดังนั้น การทานยา เป๊ป จึงจำเป็นต้องทานให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ภายในเวลา 72 ชั่วโมง หลังจากสัมผัสเชื้อมา การทานยาหลังจากเวลาดังกล่าว หรือทิ้งไว้นานก็จะทำให้ประสิทธิภาพการรักษาไม่ได้ผล

 

ความเสี่ยงต่อการติดเชื้อมีอะไรบ้าง? เราอยู่ในระดับไหนของความเสี่ยง?


ความเสี่ยงเกิดขึ้นได้หลายสถานที่และหลายรูปแบบ หากเรามีความเสี่ยงไม่ว่าจะเป็น ถุงยางอนามัยแตก ถูกข่มขืน พลาดไปมีเพศสัมพันธ์กับคนแปลกหน้าโดยไม่ได้ใส่ถุงยางอนามัย หรือแม้แต่การถูกเข็มตำหรือของมีคมบาดในสถานพยาบาลถุงหลุด ถุงแตก ไม่ได้ใส่ถุง ไม่ได้สติขณะมีเพศสัมพันธ์ (อยู่ภายใต้ฤทธิ์แอลกอฮอล์หรือฤทธิ์ยาบางชนิด) เราสามารถรับยาเป๊บที่พัลซ์คลินิกได้ทันที แต่เราจะประเมินความเสี่ยงติดเชื้ออย่างไร

  • ความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ได้แก่
    - มีบาดแผลเปิด รอยถลอก มีแผล รอยถลอก
    - มีเลือดออก เลือดออกเล็กน้อย หรือของเหลวปนเลือด
    - น้ำอสุจิ 
    - สารคัดหลั่งจากช่องคลอดและทวารหนัก
  • ความเสี่ยงต่ำ (ยกเว้นหากมีการปนเลือด) ได้แก่:
    - น้ำตา น้ำลาย น้ำมูก เสมหะ

ปัจจัยที่ทำให้เพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อเอชไอวีและต้องทานยาเป๊บ คือ


  • มีเซ็กซ์กับคู่นอนที่มีเชื้อเอชไอวีแต่ยังไม่ได้รักษา
  • เสียบสดงดถุง ไม่ว่าจะประตูหน้าหรือหลัง
  • สวมถุง แต่อ้าว.. ถุงแตก!
  • เซ็กซ์ที่มีเลือดให้เห็น
  • มีแผลฉีกขาดให้เห็น
  • สัมผัสสารคัดหลั่งของคู่นอนซึ่งสารคัดหลั่งนี้อาจมีเชื้อเอชไอวี
  • ไม่ทราบผลเลือดของคู่นอนแต่เป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะมีเชื้อเอชไอวี เช่น เกย์ หรือคู่นอนจากแอฟริกา หรือ คู่นอนจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  • การโดนขืนใจ
  • ใช้เข็มฉีดยาร่วมกับคนอื่น
  • เหตุการณ์เสี่ยงรับเชื้อยังไม่เกิน 72 ชั่วโมง

อย่างไรก็ดี ถ้าไม่สามารถทานยาเป๊บภายใน 72 ชั่วโมงได้ ต่อให้ผ่านเหตุการณ์นั้นมา 5-7 วันแล้วก็ยังคงจะต้องไปพบหมอเพื่อรับคำปรึกษาว่าต้องทำอย่าไรต่อไปดี อาจจะหมายถึงว่าต้องกินยาต้านไวรัสเพื่อรักษาในกรณีที่มีการติดเชื้อเอชไอวีแล้ว ถึงแม้จะช้าไปนิด..แต่การเริ่มรักษาเร็วก็ทำให้เราสามารถลดความเสียหายแก่ระบบภูมิคุ้มกันเราได้ เผลอๆดูสุขภาพดีกว่าคนที่ไม่มีเชื้อด้วยซ้ำ

 

ใครควรรีบทานยาเป๊บ (ยา PEP)?


  • คนที่มีเพศสัมพันธ์แบบไม่ได้ป้องกัน
  • ใส่ถุงแล้ว ป้องกันแล้วแต่ถุงยางอนามัยเกิดหลุด ถุงแตก
  • ถูกล่วงละเมิดทางเพศมา
  • การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน
  • อุบัติเหตุจากการโดนเข็มทิ่ม เข็มตำ ที่มักเกิดในสถานพยาบาล
  • มีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่อาจจะมีเชื้อเอชไอแล้วถุงยางอนามัยหลุดหรือฉีกขาด
  • มีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักกับผู้ที่อาจจะมีเชื้อเอชไอแล้วถุงยางอนามัยหลุดหรือฉีกขาด
  • มีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักกับผู้ที่อาจจะมีเชื้อเอชไอโดยไม่ใส่ถุงยางอนามัย
  • มีแผล หรือมมีเลือดออก
  • อวัยเพศ(ชาย)ของคุณไม่ได้ขริบ
  • ความเสี่ยงเกิดขึ้นภายใน 72 ชั่วโมงที่ผ่านมา
  • มีเซ็กส์กับชายรักชายที่มาจากแอฟริกา หรือ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ใครที่ไม่ต้องกินยาเป๊บ?


  • คุณมั่นใจว่า คู่นอนไม่มีเชื้อเอชไอวี (โดยทราบผลจากการตรวจเลือด ไม่นับการคิดเดาเอาเอง)
  • คู่นอนมีเชื้อเอชไอวี แต่ได้รับการรักษามาซักพักแล้วจนตรวจไม่พบเชื้อ เพราะกลุ่มนี้ไม่สามารถแพร่เชื้อให้ใครได้ หมอยืนยัน!
  • โดนกัด
  • น้ำอสุจิเข้าตา (กรณีน้ำอสุจิกระเด็นเข้าตาไม่ต้องทานยาต้านฉุกเฉินนะจ๊ะ)

 

PEP ประกอบด้วยยาอะไรบ้าง?


PEP ประกอบด้วยตัวยาต้านไวรัส 3 ชนิด ที่จะเข้าไปขัดขวางการแบ่งตัวและหยุดการทำงานของเชื้อ HIV จนสุดท้ายเชื้อ HIV เหล่านี้ตายลงไปโดยยังไม่ทันมีโอกาสได้ก่อโรคในคน  ประสิทธิภาพของยาจะขึ้นอยู่กับความเร็วของการมาพบแพทย์เพื่อเอายาเข้าปากให้เร็วที่สุดและความมีวินัยในการกินยาต่อเนื่องตรงเวลา โดยต้องกินยาภายใน 72 ชั่วโมง หรือให้ดีที่สุดคือภายใน 48 ชั่วโมงหลังจากได้รับความเสี่ยง และกินต่อไปอีกจนครบ 28 วัน

 

แล้วยาเป๊บมันมีผลในการป้องกันได้ยังไง?

ทำไมยาต้านฉุกเฉินถึงสามารถป้องกันการติดเชื้อ HIV ได้อย่างมีประสิทธิภาพ?


จริงๆต้องเล่าก่อนว่า เมื่อเชื้อเอชไววีเข้าสู่ร่างกายคนเรา ต้องใช้ระยะเวลากว่าจะลงหลักปักฐานทำให้เกิดการติดเชื้อได้ (เชื้อเข้าร่างกายจริง แต่ยังไม่ได้ติดเชื้อในทันทีทันใดนะ) เมื่อเชื้อตั้งหลักปักฐานได้อันนั้นแหละที่เราจะเรียกว่า ติดเชื้อเอชไอวี เห็นมั้ยว่า เชื้อเอชไอวีก็ไม่ได้ใจดำขนาดนั้น ยังมีเวลาเหลือให้เราได้ตั้งตัว ถ้าเราทานยาเป๊บช่วงเวลาก่อนที่มันจะลงหลักปักฐาน ยาเป๊บก็จะไปขัดขวางไม่ให้เชื้อเข้าสู่กระบวนการตั้งรกรากและขยายพันธุ์ สุดท้ายเชื้อก็ทยอยตายไป อีกทั้งระบบภูมิคุ้มกันของเราก็มีเวลามากพอที่จะช่วยกำจัดเชื้อที่ฝังตัวอยู่ในเซลล์ของเรา เชื้อก็จะถูกล้างบางจนหมดโอกาสขยายพันธุ์และหมดไปจากร่างกาย

 

ยาเป๊บมันได้ผลขนาดไหน?


ช่วงเวลาสำคัญของการกินยาเป๊บคือ การได้กินภายใน 72 ชั่วโมงหลังไปรับความเสี่ยงมา มีงานวิจัยที่ให้ข้อมูลว่า ถ้ากินยาเป๊บภายใน 24 ชั่วโมงจะสามารถป้องกันการติดเชื้อได้ 100% แต่ถ้าเกิน 72 ชั่วโมงไปแล้วอาจจะให้ผลการป้องกันที่ต่ำกว่า 75% หมอบางท่านจึงไม่ค่อยแนะนำให้ทานหลัง 72 ชั่วโมง
สรุปคือ ทานยาเป๊บได้ภายใน 72 ชั่วโมงหลังเกิดเรื่อง แต่ยิ่งถ้าทานได้เร็วหลังจากเกิดเหตุมากขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งดี ยิ่งไปกว่านั้น ต้องทานยาเป๊บต่อเนื่องทุกวัน 28 วันโดยที่ต้องกินเวลาเดียวกันทุกวันจึงจะได้ประสิทธิภาพสูงสูด

 

เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด คนไข้จะได้รับการแนะนำให้รับประทานยาต้านไวรัส อย่างเร็วที่สุด ภายในเวลา 72 ชั่วโมง และห้ามมากกว่านั้น โดยการรับประทานยาจะต้องทานให้ครบสูตร คือเป็นเวลาทั้งสิ้น 1 เดือน ขณะที่การวิจัยระบุว่าการทานยาเป๊ปนั้นมีประสิทธิภาพ ทว่า ก็มีบางรายที่ล้มเหลว การล้มเหลวนี้ เกิดจากการได้รับยาเป๊ปช้าเกินกว่าเวลาที่กำหนด หรือระดับของเชื้อไวรัสที่ได้รับมามีสูงมาก หรือทั้งสองกรณีรวมกัน อย่างไรก็ดี เรื่องของระยะเวลาและระดับของเชื้อไวรัส ก็ขึ้นอยู่กับการให้ข้อมูลของคนไข้เช่นเดียวกัน เป็ป สามารถเข้าไปช่วยลดความไวในการสร้างภูมิคุ้มกัน และทำให้การตรวจผลออกมาเป็นลบ คือไม่พบเชื้อเอชไอวีในร่างกาย โดยแพทย์จะให้คำแนะนำแก่คนไข้ที่ได้รับยา และให้มาทำการตรวจหาเชื้อเอชไอวีอีกครั้งเมื่อทานครบสูตรแล้ว และหลังจากนั้นอีก 3-6 เดือนก็มาตรวจอีกครั้ง

 

ถ้าพลาดไปรับเชื้อเอชไอวีมาแล้วล่ะ จะทันการมั้ยหมอ?


ทัน!!! ถ้าคุณมาหาหมอที่พัลซ์คลินิกไว ต้องมาพบแพทย์และรับยาต้านฉุกเฉิน กินภายใน 72 ชั่วโมง หรือให้ดีที่สุดคือภายใน 48 ชั่วโมงหลังจากได้รับความเสี่ยง และกินต่อไปอีกจนครบ 28 วัน ย้ำ! ยาต้านฉุกเฉินต้องทานให้ครบ 28 วัน! เชื้อเอชไอวีมีช่วงระยะเวลาของมันในการเริ่มแบ่งตัวและภายใน 72 ชั่วโมงแรกคือนาทีทองในการใช้ยาต้านฉุกเฉิน PEP เข้าไปขัดขวางวงจรของเชื้อ HIV ได้อย่างทันถ่วงที ยาต้านฉุกเฉินที่ PEP ที่พัลซ์คลินิกประกอบไปด้วยตัวยาทั้งหมด 3 ตัว ที่จะร่วมกันทำงานขัดขวางเชื้อ HIV ไว้ถึง 2 ชั้น ชั้นแรกคือการเข้าไปขัดขวางไม่ให้การเริ่มต้นการแบ่งตัวของ HIV เกิดขึ้นได้  ส่วนชั้นที่สองคือหากเชื้อเกิดการแบ่งตัวใดๆขึ้นมาบ้างแล้ว ก็จะถูกขัดขวางอีกชั้นไม่ให้เชื้อสามารถเชื่อมต่อกับเซลล์ของร่างกายมนุษย์ได้ พอวงจรชีวิตของเชื้อ HIV ถูกทำลาย ตัวมันเองก็จะสลายไปในที่สุด

 

แปลว่ากินยาต้านฉุกเฉิน PEP แล้วจะไม่มีทางติดเชื้อเอชไอวี แน่นอน 100%?


จากงานวิจัยพบว่าการกิน PEP อย่างทันท่วงที ตรงเวลาและต่อเนื่องจาครบ 28 วันนั้น มีโอกาสน้อยมากๆที่จะเกิดการติดเชื้อ HIV แต่เนื่องจากไม่มีอะไร 100% ในทางการแพทย์ยังมีคนจำนวนหนึ่งแต่เป็นส่วนน้อยที่พบว่าเกิดการติดเชื้อ HIV หลังจากกินยาต้านฉุกเฉินเพ๊พครบ 28 วัน  สาเหตุของการรักษาที่ล้มเหลวอาจจะเกิดขึ้นได้จาก

  • ผู้ป่วยไม่กินยาครบต่อเนื่องและตรงเวลาทุกวัน เนื่องจากยาต้องกินนานถึง 28 วัน อาจเกิดความหลงลืมขึ้นได้ระหว่างนั้น
  • ผู้ป่วยสัมผัสกับเชื้อ HIV ประเภทเชื้อดื้อยา ซึ่งเชื้อ HIV ดื้อยานั้นค่อนข้างพบได้น้อย แต่ก็สามารถพบได้
  • คุณอาจจะไปรับเชื้อมาจากผู้ที่มีปริมาณไวรัสในเลือดสูง ปริมาณเชื้อ HIV ในร่างกายรับมานั้นจึงมีเยอะเกินว่าที่ยาจะเข้าไปขัดขวางไว้ได้ทั้งหมด

สรุปก็คือ การกินยา PEP ให้เกิดประสิทธิภาพที่สุดนั้นคือการต้องเอายาเข้าปากให้เร็วที่สุด (ภายใน 72 ชม.) และต้องกินยาตรงเวลาต่อเนื่องไปทุกๆวันกว่าจะครบ 28วัน

 

นอกจากการติดเชื้อเอชไอวี ต้องกังวลเรื่องอะไรอีกบ้าง?


ที่พัลซ์คลินิกเราจะแนะนำให้ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นที่อาจจะติดพ่วงมาด้วย เช่น หนองใน หนองเทียม ซิฟิลิส และการตรวจคัดกรองโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ที่อาจจะก่อโรค เช่น ยูเรียพลาสมา ไมโคพลาสมา ปรสิต ฝีมะม่วง เพราะ 70% ของคนที่มีเชื้อเหล่านี้อาจจะไม่แสดงอาการแต่ยังสามารถส่งต่อเชื้อเหล่านั้นไปยังคู่นอนได้

 

ขั้นตอนการรับยาต้านฉุกเฉิน ยา PEP ที่พัลซ์คลินิก ต้องทำอย่างไรบ้าง?


  • เข้ารับคำปรึกษากับแพทย์หรือผู้ให้คำปรึกษาทางการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ เพื่อทำการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และประเมินความเสี่ยง
  • หลังจากนั้นหากแพทย์ประเมินแล้วว่ามีความเสี่ยงสมควรได้รับยา PEP  จริง จะต้องมีการเจาะเลือดคนไข้เพื่อตรวจว่าไม่ได้ติดเชื้อ HIV อยู่ก่อนแล้ว รวมถึงตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ และสุขภาพโดยรวม ค่าไตค่าตับของคนไข้ด้วย ว่าพร้อมจะกินยาหรือไม่
  • เจาะเลือดตรวจหา HIV ไวรัสตับอักเสบบี และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อย่างเช่น ซิฟิลิส ผลตรวจจะได้ภายใน 15 นาทีและมีแม่นยำสูงถึง >99%
  • ตรวจการทำงานของตับและไตก่อนเริ่มยา
  • รับยา PEP ไปทาน 28 วัน
  • นัดกลับมาตรวจ HIV ซ้ำอีกครั้งในวันที่ 29 แพทย์อาจจะนัดทา่นอีกครั้ง อีกสามเดือน เพื่อตรวจยืนยันผลว่าไม่ติดเอชไอวี และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นใด

พัลซ์คลินิกใช้ยาอะไร?


พัลซ์คลินิกใช้ยาต้านไวรัสคุณภาพสูงอีกทั้งผลข้างเคียงที่ต่ำในการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี พัลซ์คลินิกปฏิบัติตามคำแนะนำของแนวทางปฏิบัติทางเวรกรรมเพื่อการป้องกันและรักษาเอชไอวี รวมทั้งแนวทางป้องกันเอชไอวีของกรมควบคุมโรคประเทศสหรัฐอเมริกา ที่เป็นมาตรฐานทั่วโลก 
เราใช้สูตรยาที่มี ทีโนโฟเวียร์ (TDF) และ เอ็มตริซิทาบีน (FTC) เป็นยาหลัก ส่วนยาตัวที่ 3 เป็นยาที่องค์การอนามัยโลกและกรมควบคุมโรค (อเมริกา) ซึ่งหมอจะเป็นคนเลือกให้ตามความเหมาะสม ซึ่งในบางครั้งอาจจะเป็นสูตรปกติ บางครั้งอาจจะเป็นสูตรที่มีศักยภาพสูงขึ้นมาหน่อยเพื่อป้องกันการดื้อยาและราคาก็อาจจะสูงขึ้นด้วย

 

ยาเป๊ปราคาเท่าไหร่?


พัลซ์คลินิกมียาเป็ปหลายสูตร โดยราคาเริ่มต้นที่ 1200- 20000 บาท แล้วแต่ชนิดของยาและดุลพินิจของแพทย์ 

ถ้าคุณกำลังมองหาคลินิกเฉพาะทางด้านสุขภาพทางเพศที่พร้อมดูแล เชื่อใจได้ และรู้ใจคุณ มาหาเราได้เลยที่ P U L S E Clinic

แอดไลน์ @pulseclinic เพื่อรับคำปรึกษาออนไลน์

วิธีการทานยาต้านฉุกเฉิน ยา PEP กินอย่างไร?


เมื่อท่านได้รับยาจากแพทย์ที่พัลซ์คลินิกแล้ว ท่านต้องทานยาต้านฉุกเฉินตรงเวลาทุกวัน และทานอย่างต่อเนื่องไปจนครบ 28 วัน จากนั้นต้องกลับมาที่พัลซ์คลินิกเพื่อตรวจเลือดหาเชื้อ HIV อีกครั้งในวันที่ 29 เพื่อยืนยันว่าผลเป็นลบ ไม่ติดเชื้อเอชไอวี
ถ้าผลเป็นลบ (ไม่ติดเชื้อ HIV) แพทย์ของพัลซ์คลินิกอาจแนะนำให้ทาน PrEP ต่อ ในกรณีที่ผู้รับบริการยังคงมีความเสี่ยงทางเพศสัมพันธ์ต่อเนื่อง
และเมื่อครบ 3 เดือนหลังจากผลตรวจครั้งแรกเป็นลบ ท่านสมควรได้รับการตรวจเลือดอีกครั้งเป็นเป็นการยืนยัน

 

PEP มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง?


แพทย์ที่พัลซ์คลินิกจะเลือกยาตัวใหม่ที่มีผลข้างเคียงน้อยที่สุด ผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่สุด (พบได้น้อยกว่า 1% หรือน้อยกว่า 1 ใน 100) คือ เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ ถ่ายเหลว อ่อนเพลีย โดยอาการจะเป็นหลังจากกินยาในวันแรกๆ แล้วอาการจะค่อยๆหายไป อาการข้างเคียงจากการกินยา PEP นั้นไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน  อาการข้างเคียงจากยาที่อาจพบได้จะเกิดขึ้นชั่วคราวโดยประมาณเพียง 1 อาทิตย์  หลังจากนั้นอาการจะค่อยๆหายไปเอง

 

ความแตกต่างระหว่างยา PEP และ PrEP?


  • PrEP คือยาป้องกันก่อนการเสี่ยงในการได้รับหรือสัมผัสเชื้อ HIV
  • PEP  คือยาฉุกเฉินที่ต้องทานหลังการเสี่ยงการได้รับหรือสัมผัสเชื้อ HIV ภายในเวลา 72 ชั่วโมง

ทั้ง PrEP กับ PEP ถึงแม้ว่าจะสามารถป้องกันการติดเชื้อ HIV ได้ แต่ก็ยังไม่ 100% ดังนั้น จึงแนะนำว่าอย่าได้มีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อจะเป็นการดีที่สุด

ถ้ามีความเสี่ยงติดเชื้อเอชไอวี ไม่ต้องกลัว ทำใจเย็นๆ สงบๆ กินยาเป๊ปให้เร็วที่สุดภายใน 72 ชั่วโมง เพื่อต้านไวรัสและลดโอกาสการรับเชื้อเข้าสู่ร่างกาย มาที่ PULSE Clinic เราใจดี ไม่ดุ ไม่ต่อว่า ไม่ตีตรา ไม่ตัดสิน ดูแลเต็มที่ เชื่อใจได้เต็มร้อย ทุกอย่างเป็นความลับ

 

 

จะรับยาต้านฉุกเฉินที่พัลซ์คลินิก มีสาขาที่ไหนบ้าง?


Flag TH.png (330 b) ประเทศไทย
พัลซ์ คลินิก สีลม (บีทีเอส ศาลาแดง) info.silom@pulse-clinic.com ?Tel: +66959156385
พัลซ์ คลินิก นานา (บีทีเอส นานา) info.nana@pulse-clinic.com ?Tel: +66959156385
พัลซ์ คลินิก ภูเก็ต (หาดป่าตอง) info.phuket@pulse-clinic.com ?Tel: +66076633368, +66952615282
พัลซ์ คลินิก พร้อมพงษ์ (บีทีเอส พร้อมพงษ์ - เปิดบริการเร็วๆนี้ )
พัลซ์ คลินิก พญาไท (บีทีเอส พญาไท - เปิดบริการเร็วๆนี้ )
ศูนย์สุขภาพ ยูเฮลธ์ อโศก (บีทีเอส อโศก - เปิดบริการเร็วๆนี้ )
ศูนย์สุขภาพ ยูเฮลธ์ เพลินจิต (บีทีเอส เพบินจิต - เปิดบริการเร็วๆนี้ )

Malaysia Flag มาเลเซีย
พัลซ์ คลินิก บูกิ๊ตบินตัง (MTR บูกิ๊ตบินตัง) info.kl@pulse-clinic.com ?Tel: +60321102122, Whatsapp +601165388678
พัลซ์ คลินิก บางซาร์ info.kl@pulse-clinic.com ?Tel: +60321102122, Whatsapp +601165388678

Flag of Hong Kong - Wikipedia ฮ่องกง
พัลซ์ คลินิก ฮ่องกง info.hk@pulse-clinic.com ?Tel: +852 2389 8250

File:Flag of Singapore (bordered).svg - Wikimedia Commons สิงคโปร์
พัลซ์ คลินิก สิงคโปร์ info.sg@pulse-clinic.com


 

ถุงยางแตก1.jpg (340 KB)

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการรับยาต้านฉุกเฉิน หรือยาเป๊บ?

 

ทานยา PEP ครบกำหนดแล้วต้องมาหาหมออีกไหม? 


แพทย์ที่พัลซ์ คลินิกจะนัดกลับมาตรวจเลือดวันที่กินยาเป๊บครบกำหนด หรือวันถัดไป เพื่อตรวจยืนยันว่าไม่มีการติดเชื้อเอชไอวี โดยการมาตรวจเลือดครั้งนี้ท่านไม่จำเป็นต้องพบแพทย์ ท่านสามารถรับบริการกับผู้ให้คำปรึกษาทางการแทพยืได้ แต่หากท่านมีความประสงค์อยากพบแพทย์ก็สามารถแจ้งได้เลย
แพทย์อาจจะนัดท่านอีกครั้ง อีก 3 และ 6 เดือน เพื่อที่จะตรวจยืนยันว่าไม่มีการติดเชื้อเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

 

ยา PEP ป้องกันการติดเชื้อ HIV ได้กี่เปอร์เซ็นต์? 


จากงานวิจัยพบว่าการกิน PEP อย่างทันท่วงที ตรงเวลาและต่อเนื่องจาครบ 28 วันนั้น มีโอกาสน้อยมากๆที่จะเกิดการติดเชื้อ HIV แต่เนื่องจากไม่มีอะไร 100% ในทางการแพทย์ยังมีคนจำนวนหนึ่งแต่เป็นส่วนน้อยที่พบว่าเกิดการติดเชื้อ HIV หลังจากกินยาต้านฉุกเฉินเพ๊พครบ 28 วัน 
จากงานวิจัยการเก็บข้อมูลย้อนหลังของผู้ที่ใช้ยา PEP รวมถึงโมเดลทดลองในสัตว์ พบว่าการใช้ยา PEP มีประโยชน์สามารถป้องกันการติดเชื้อ HIV ได้จริง งานวิจัยที่สำคัญคือมีการนำลิงมาแบ่งเป็น 3 กลุ่ม โดยทำการทดลองฉีดเชื่อเอสไอวีลิงเข้าไปในลิงทุกตัวแล้วให้ยาเป๊บในลิงทดลองที่ 24 และ 48 และ 72 ชั่วโมง

  • กลุ่ม 1 ทดลองฉีดเชื่อเอสไอวีลิงเข้าไป แล้วให้ยา PEP ภายใน 24-36 ชั่วโมง ต่อเนื่อง 28 วัน ในลิงที่ทดลองฉีดเชื้อเอสไอวีเข้าไปกลุ่มนี้ ยาเป๊บสามารถป้องกันการติดเชื้อได้ถึง 100%

 

ยา PEP ต้องกินนานแค่ไหน? 


การกินยาเป็ป ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดจะต้องกินภายใน 72 ชั่วโมงหลังได้รับความเสี่ยง โดยกินอย่างสม่ำเสมอทุกวัน(กินเวลาเดิม) ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 28 วัน

 

ถ้ากินยา PEP ไม่ครบ 28 วันจะเสี่ยงติดเอชไอวีไหม? 


จากวิจัยที่มีหลักฐานว่าต้องกินให้ครบ 28 วัน ถึงจะป้องกันโรคได้ 80% ดังนั้นการให้ยากินยาไม่ครบย่อมมีความเสี่ยงติดเชื้อเอชไอวีมากกว่าแน่นอน

 

ผลข้างเคียงของยา PEP? 


ยาเป๊ป มีความปลอดภัยสูง และสูตรยาสมัยใหม่ๆก็ผลข้างเคียงน้อยกว่าสมัยก่อนมาก ผลข้างเคียงระยะสั้นที่พบได้บ่อยคืออาการคลื่นไส้ เวียนศีรษะ อ่อนเพลียบ้าง แต่หลังจากร่างกายปรับตัวได้แล้ว อาการเหล่านี้มักจะหายไปหลังทานยาไปได้ประมาณ 1 สัปดาห์ ที่สำคัญคือ อาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับคนที่คนที่กินเป๊บ

 

ถ้าอย่างงั้น เรากินยาเป๊ป ที่ครั้งหลังจากที่มีเซ็กซ์แบบไม่ป้องกันได้มั้ย? 


ในทางปฏิบัติก็ได้ แต่อยากให้รู้จักวิธีอื่นที่ดีกว่าและได้ผลมากกว่า เรียกว่า ยาเพร็พ (PrEP) ซึ่งเป็นยาที่เอาไว้กินก่อนมีความเสี่ยง กินก่อนเสี่ยงป้องกันได้ดีกว่า และราคาถูกกว่ายาเป๊บ ยาต้านฉุกเฉินด้วย

 


อ่านต่อเกี่ยวกับยาเพร็พได้เลย ไวไว

 


เอกสารอ้างอิง

  1. https://www.researchgate.net/figure/Macaque-history-and-regimen-of-post-exposure-prophylaxis_tbl1_6666775
  2. Ron A. Otten et al., Efficacy of Postexposure Prophylaxis after Intravaginal Exposure of Pig-Tailed Macaques to a Human-Derived Retrovirus (Human Immunodeficiency Virus Type 2)  2000 Oct; 74(20): 9771–9775. doi: 10.1128/jvi.74.20.9771-9775.2000
  3. Beymer MR, Kofron RM, Tseng CH, et al. Results from the post-exposure prophylaxis pilot program (P-QUAD) demonstration project in Los Angeles County. International Journal of STD & AIDS. 2018 May;29(6):557-562.
  4. O’Byrne P, MacPherson P, Orser L. Nurse-led HIV PEP program used by men at high risk for HIV seroconversion. Journal of the Association of Nurses in AIDS Care. 2018;29(4):550-559.
  5. McDougal SH, Alexander J, Dhanireddy S, et al. Non-occupational post-exposure prophylaxis for HIV: 10-year retrospective analysis in Seattle, Washington. PLoS ONE. 2014;9(8):e105030.
  6. Beymer MR, Bolan RK, Flynn RP, et al. Uptake and repeat use of postexposure prophylaxis in a community-based clinic in Los Angeles, California. AIDS Research & Human Retroviruses. 2014;30(9):848-55.
  7. Whitlock G, McCormack C, Fearnley J, et al. High incidence in men who have sex with men attending for postexposure prophylaxis: A service evaluation. Sexually Transmitted Infections. 2017;93(3):214-216.
  8. Jain S, Oldenburg CE, Mimiaga MJ, et al. Subsequent HIV infection among men who have sex with men who used non-occupational post-exposure prophylaxis at a Boston community health centre: 1997-2013. AIDS Patient Care and STDs. 2015;29(1):20-25.

พัลซ์คลินิก เป็นผู้ให้บริการด้านสุขภาพทางเพศชั้นเลิศ ให้คำปรึกษา ตรวจและรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ป้องกันเอชไอวีด้วยยาเพร็พ และยาต้านฉุกเฉินและรักษาเอชไอวี เรายินดีพร้อมให้ความช่วยเหลือ

ตรวจเลย รู้เลย รักษาเลย ที่ PULSE CLINIC

WHAT ELSE DO YOU NEED TO KNOW